If interested, please call 089-109-1089 and LINE @Manyherbs or click here.

ท้องผูกกวนใจ

ทำอย่างไรดีนะ?

การขับถ่ายเป็นปัจจัยพื้นฐานในการใช้ชีวิตเลยก็ว่าได้ เพราะการขับถ่ายนั้นเป็นระบบหนึ่งที่คอยกำจัดของเสียต่างๆออกจากร่างกาย ในบทความนี้จึงขอยกปัญหาสุขภาพที่สำคัญมาพูดถึง นั่นก็คือ อาการท้องผูก นั่นเอง เชื่อว่าใครหลายคนเคยประสบพบเจอกับปัญหานี้อย่างแน่นอน และในบางครั้ง อาการท้องผูกก็ส่งผลกระทบต่อระบบต่างๆในร่างกายอีกด้วย ดังนั้น หากปัญหาท้องผูกที่เกิดขึ้นกับร่างกายนั้นได้หมดไป ระบบต่างๆของร่างกายก็จะสามารถทำงานได้อย่างเป็นปกติเช่นกัน ซึ่งวิธีการบรรเทาอาการท้องผูกนั้นมีหลายวิธีให้ได้เลือกสรร และยังเป็นวิธีที่ทำได้ง่ายแสนง่ายอีกด้วย

ปรับพฤติกรรม

จริงๆแล้ว อาการท้องผูกที่เกิดขึ้นนั้น ไม่ได้เกิดจากอะไรเป็นพิเศษเลย แต่เกิดจากการดำเนินชีวิตประจำวันหลักๆของเรานี่เอง ซึ่งเรื่องที่สำคัญและมีผลต่ออาการท้องผูก นั่นก็คือ การดื่มน้ำ และการเคลื่อนไหวร่างกายนั่นเอง

เป็นที่ทราบกันดีว่าร่างกายของเราต้องการน้ำในปริมาณที่เหมาะสม ส่วนใหญ่จะอยู่ที่ประมาณ 2.5 – 3 ลิตร เพื่อให้ระบบต่างๆในร่างกายนั้นทำงานได้อย่างสมดุลและมีประสิทธิภาพ แน่นอนว่ารวมไปถึงระบบขับถ่ายด้วย การดื่มน้ำน้อย ไม่เพียงพอกับความต้องการของร่างกายนั้น จะยิ่งทำให้ร่างกายของเราร้อนขึ้น อีกทั้ง เมื่อน้ำในร่างกายไม่มากพอ ระบบขับถ่ายก็จะทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ จึงส่งผลทำให้เกิดภาวะท้องผูกได้ การดื่มน้ำให้เพียงพอนี้จึงถือว่าเป็นวิธีการที่ง่ายที่สุดที่ทุกคน ทุกเพศ ทุกวัย สามารถทำตามได้ เพราะนอกจากจะช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดี ช่วยให้อาการท้องผูกเบาลงแล้ว ยังทำให้ผิวของเราชุ่มชื่นและเปล่งปลั่งอีกด้วย

ส่วนเรื่องการออกกำลังกายนั้น ขอเพียงแค่ลองปรับพฤติกรรมการออกกำลังกายเท่านั้น ไม่น่าเชื่อว่าอาการท้องผูกจะดีขึ้นตามมาด้วย ซึ่งการออกกำลังกายนั้นไม่จำเป็นต้องหนักมาก เป็นเพียงแค่การออกกำลังกายที่ทำให้ร่างกายได้เคลื่อนไหวเท่านั้นเอง เพียงแค่ออกกำลังกายวันละ 30 นาที เพียงเท่านี้ก็สามารถช่วยลดอาการท้องผูกลงได้แล้ว เพราะเมื่อร่างกายได้เคลื่อนไหว ลำไส้และอวัยวะต่างๆภายในร่างกายก็จะเกิดการขยับและเคลื่อนไหวตามไปด้วย ยิ่งกับคนที่ไม่ค่อยได้ออกกำลังกายและต้องนั่งทำงานติดกันเป็นเวลานานๆ หรือต้องอยู่ท่าเดิมๆเป็นเวลานานๆแล้วนั้น การออกกำลังกายจะค่อนข้างเห็นผลได้ชัดเจนกับเรื่องท้องผูกเลยทีเดียว หลักสำคัญจริงๆแล้วคือ เราไม่ควรปล่อยให้ลำไส้อยู่นิ่งๆ ไม่ได้เคลื่อนไหวเป็นเวลานั่นเอง เมื่อเราได้ขยับร่างกายแล้วนั้น ระบบอวัยวะภายในต่างๆก็จะถูกกระตุ้นตามไปด้วย จึงช่วยให้ระบบขับถ่ายดีขึ้นตามมานั่นเอง อาการท้องผูกก็จะลดลงตามมาด้วยเช่นกัน

อาหารไฟเบอร์

การรับประทาอาหารเป็นสิ่งที่เราต้องทำอยู่แล้วในทุกๆวัน จึงถือเป็นสิ่งสำคัญและมีผลอย่างมากต่อระบบขับถ่ายของร่างกาย ในบางครั้ง การเพิ่มการรับประทานอาหารที่มีไฟเบอร์สูง ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ช่วยลดภาวะท้องผูก ขับถ่ายไม่คล่องลงได้ เพราะไฟเบอร์นั้นมีผลอย่างมากต่อระบบขับถ่าย ซึ่งจะช่วยให้การขับถ่ายอุจจาระนั้นคล่องขึ้น ซึ่งอาหารเหล่านี้นั้นก็หาได้ไม่ยากเลยในชีวิตประจำวัน เช่น ผัก ผลไม้ เมล็ดธัญพืช ถั่ว ลูกพรุนหรือซีเรียลบางชนิด เป็นต้น ซึ่งเราสามารถปรับเปลี่ยนเมนูอาหารได้อย่างหลากหลายอีกด้วยเพื่อให้เหมาะสมกับร่างกายและพฤติกรรมการรับประทานอาหารของแต่ละคน โดยที่ปริมาณไฟเบอร์ในแต่ละวันควรอยู่ระหว่าง 20 ถึง 35 กรัม ซึ่งเป็นปริมาณที่จะทำให้ระบบขับถ่ายนั้นทำงานเป็นปกติและไม่ก่อให้เกิดภาวะท้องผูกตามมา

ลดความเครียด วิตกกังวล

หลายคนอาจยังสงสัยว่า ความเครียด หรือความวิตกกังวลนี้มีผลต่ออาการท้องผูกได้อย่างไร หากมองในมุมมองของความร้อนในร่างกาย และทางการศึกษาต่างๆแล้ว เมื่อคนเราม่ความเครียด หรือความวิตกกังวล ความร้อนในร่างกายของเราจะสูงขึ้น เมื่อความร้อนในร่างกายสูงขึ้นแล้วนั้น ย่อมก่อให้เกิดความผิดปกติกับระบบน้ำและการไหลเวียนของเหลวต่างๆในร่างกาย และในกลไลการขับถ่าย น้ำมีความจำเป็นอย่างมากต่อการขับถ่ายของเสียออกมา แต่หากความร้อนในร่างกายสูงขึ้นจนเกิดความผิดปกติ ทำให้น้ำในร่างกายลดน้อยลงแล้วนั้น ย่อมเกิดผลกระทบกับระบบขับถ่ายอย่างแน่นอน ทำให้เกิดอาการท้องผูกตามมานั่นเอง เมื่อรู้แบบนี้แล้ว ยังจะอยากเครียดหรือวิตกกังวลกันอยู่ไหม?
ลองผ่อนคลายหรือวางเรื่องคิดมากบางเรื่องลงบ้าง และหากิจกรรมทำรวมไปถึงงานอดิเรกอื่นๆที่ทำให้จิตใจผ่อนคลาย เพียงเท่านี้ก็สามารถลดความเครียดลงได้แล้ว อีกทั้งยังช่วยบรรเทาอาการท้องผูกอีกด้วย

ลดอาหารทอด อาหารมัน

การหลีกเลี่ยงที่จะรับประทานอาหารทอดหรืออาหารมันนั้น ส่งผลอย่างไรกับอาการท้องผูกบ้าง? แน่นอนว่าหลายคนในที่นี้ก็คงยังไม่ทราบถึงสาเหตุนี้เป็นแน่ เนื่องจากอาหารทอดและอาหารมันต่างๆนั้น เกิดจากการผ่านกระบวนการปรุงโดยน้ำมันนั่นเอง ซึ่งเมื่อรับประทานเข้าไปแล้วนั้น น้ำมันเหล่านี้ที่แฝงอยู่ในอาหารย่อมลงไปอยู่ในกระเพาะอาหารนั่นเอง เมื่อน้ำย่อยเริ่มทำงาน จะค่อยๆย่อยสลายอาหารตามกระบวนการ แต่การย่อยอาหารทอด อาหารมันนั้น กระเพราะจะทำการย่อยแค่ตัวอาหารเท่านั้น แต่น้ำมันจะถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย ด้วยความที่น้ำมันนั้นเป็นตัวช่วยเพิ่มความร้อนในร่างกายของเรา จึงเป็นเหตุทำให้ความร้อนในท้องจะเพิ่มสูงขึ้นนั่นเอง หลักการจึงจะสอดคล้องกับการมีความเครียดหรือวิตกกังวล เมื่อความร้อนในร่างกายสูงขึ้น จึงส่งผลกระทบกับน้ำที่เป็นหลักสำคัญในระบบขับถ่ายนั่นเอง มากไปกว่านั้น ความร้อนที่เกิดขึ้นภายในกระเพาะอาหาร อาจส่งผลทำให้ท้องอืดท้องเฟ้อได้อีกด้วย ดังนั้น หากสามารถหลีกเลี่ยงอาหารทอด อาหารมันได้ นอกจากจะช่วยเรื่องท้องผูกแล้ว ยังสามารถช่วยเรื่องอาการท้องอืด ท้องเฟ้อได้อีกด้วย

สมุนไพรต่างๆและอาหารเสริม

ในปัจจุบันนี้ สมุนไพรเริ่มกลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้งในแวดวงทางการแพทย์และคนทั่วไป โดยที่นอกจากสมุนไพรจะสามารถช่วยในเรื่องต่างๆได้หลายเรื่องแล้ว ผลข้างเคียงก็ค่อนข้างจะน้อยกว่า หากรับประทานได้อย่างเหมาะสม ซึ่งสมุนไพรที่ช่วยบรรเทาเรื่องอาการท้องผูกนั้นมีอยู่หลากหลายชนิดเลยก็ว่าได้ ไม่ว่าจะเป็นสมุนไพรบรรเทาอาการท้องผูกโดยการทำให้อุจจาระนิ่มขึ้นเพื่อความคล่องตัวในการขับถ่าย หรือแม้กระทั่งสมุนไพรที่ช่วยบรรเทาอาการท้องผูกโดยการเพิ่มการบีบตัวของลำไส้ ล้วนแล้วแต่ทำให้การขับถ่ายดีขึ้นและลดภาวะท้องผูกทั้งนั้น ยกตัวอย่างเช่น

-มะขามแขก ถือได้ว่าเป็นสมุนไพรรสเปรี้ยวที่คนโบราณมักจะนิยมรับประทานหรือนำไปประกอบอาหาร ซึ่งรสเปรี้ยวของมะขามแขกนี้เป็นตัวแปรสำคัญที่ช่วยเพิ่มการเคลื่อนไหวของลำไส้ เพราะฤทธิ์ทางยาของมะขามแขกนั้นคือการกระตุ้นลำไส้ให้ทำงานได้มากขึ้นนั่นเอง จึงสามารถกล่าวได้ว่า มะขามแขกเป็นสมุนไพรที่นำมาใช้เป็นยาระบายได้อย่างดี แต่อย่างไรก็ตาม หากรับประทานมะขามแขกติดต่อกันนานเกินไป หรือรับประทานในปริมาณที่มากเกินไป อาจส่งผลทำให้ลำไส้เกิดภาวะ “ลำไส้ขีเกียจ” ได้ ซึ่งก็คือภาวะที่ลำไส้ต้องได้รับการกระตุ้นจากมะขามแขกเท่านั้นถึงจะมีการเคลื่อนไหวที่เหมาะสม จึงอาจทำให้อาการท้องผูกแย่ลงนั่นเอง เพราะฉะนั้น หากจะเลือกรับประทานมะขามแขกเพื่อช่วยในเรื่องของการลดภาวะท้องผูก ควรรับประทานในปริมาณที่พอดี และไม่รับประทานติดต่อกันนานเกินไป หากอาการท้องผูกดีขึ้นแล้ว ให้เปลี่ยนมาใช้วิธีธรรมชาติอื่นๆเพื่อบรรเทาอาการแทน เช่น ดื่มน้ำ ออกกำลังกาย เป็นต้น

-เม็ดแมงลัก เป็นอีกหนึ่งสมุนไพรที่ได้รับความนิยมในหมู่คนทั่วไปเช่นกัน เนื่องจากหาได้ง่าย และมีวิธีการเตรียมและรับประทานที่ไม่ยุ่งยาก เพียงแค่นำเมล็ดแมงลักใส่น้ำ รอให้เมล็ดแมงลักพองตัวให้เต็มที่โดยสังเกตจากวุ้นขาวๆที่ล้อมรอบเมล็ด และค่อยดื่ม ฤทธิ์ของเมล็ดแมงลักนั้น จะช่วยทำให้อุจจาระอ่อนตัวลงหรือนิ่มลงนั่นเอง ใช้ได้ผลกับคนที่อุจจาระแข็งหรือมีปัญหาเรื่องริดสีดวงทวารอีกด้วย เพราะเมื่ออุจจาระนิ่มลง การขับถ่ายก็จะคล่องตัวมากขึ้น ข้อควรระวังของการใช้เมล็ดแมงลักนั่นก็คือ ให้แช่เมล็ดแมงลักให้อิ่มตัวดี เพราะหากเมล็ดแมงลักยังพองตัวได้ไม่เต็มที่ จะส่งผลให้เมล็ดแมงลักไปดูดซึมน้ำในกระเพาะอาหาร อาจทำให้ท้องอืดได้ และหากเมล็ดไม่พองตัว ก็อาจทำให้เกิดการอุดตันในลำไส้ได้อีกด้วย

          นอกจากนี้ ในปัจจุบัน ก็ได้มีการนำสมุนไพรต่างๆเหล่านี้มาแปรรูป.   ให้เป็นผลิตภัณฑ์อาหารเสริมที่ง่ายต่อการรับประทานมากขึ้น และมีอยู่อย่างหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นชนิดเม็ด หรือ ชนิดแคปซูล และอาหารเสริมบางอย่างก็ประกอบไปด้วยสมุนไพรหลายชนิดจึงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาและบรรเทาอาการมากขึ้นอีกด้วย เพราะฉะนั้น หากจะรับประทานสมุนไพรหรือผลิตภัณฑ์อาหารเสริม ควรปรึกษาแพทย์แผนปัจจุบันหรือผู้มีประสบการณ์ก่อนที่จะเลือกรับประทาน เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดและป้องกันไม่ให้เกิดอันตรายกับร่างกาย

        จะเห็นได้ว่า วิธีการบรรเทาอาการท้องผูกนั้นมีอยู่อย่างหลากหลายวิธี และส่วนใหญ่ก็เป็นวิธีที่สามารถทำได้ง่ายๆเพียงแค่ปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวันแต่ละวันเท่านั้น หากต้องการจะป้องกันและหลีกเลี่ยงอาการขับถ่ายลำบากหรือภาวะท้องผูก.    ก็สามารถเลือกนำวิธีข้างต้นเหล่านี้ไปใช้ได้ตามอาการและความเหมาะสม

Spin to win Spinner icon
English en