If interested, please call 089-109-1089 and LINE @Manyherbs or click here.

               แม่และเด็ก ดื่มชาบ่อยๆ

ได้หรือไม่?

หลายคนเคยอ่าน บทความเกี่ยวกับเรื่องชาต่างๆมาอย่างหลากหลายและจะเห็นได้ว่าชาต่างๆนั้นมีสรรพคุณที่ค่อนข้างมากมาย และแตกต่างกันออกไปตามแต่ละวัตถุดิบที่นำมาแปรรูปเป็นชา    ชาบางประเภทผลิตมาจากสารสังเคราะห์ชาบางประเภทผลิตมาจากผลไม้   และชาบางประเภทผลิตมาจากสมุนไพรเพราะฉะนั้นการเลือกบริโภคชา จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่คนส่วนใหญ่ในปัจจุบันเลือกที่จะนำมาใช้บรรเทาอาการต่างๆตามวัตถุประสงค์ซึ่งแน่นอนว่า เมื่อเรื่องชาเป็นหัวข้อที่ถูกแพร่กระจายไปแล้ว ก็ต้องได้รับความสนใจจากทุกเพศทุกวัยนั่นคือ รวมไปถึงผู้หญิงที่ตั้งครรภ์ แม่ที่ให้นมบุตร และเด็ก ด้วยนั่นเอง เพราะเหตุว่า ชาไม่ใช่ยาที่น่าจะมีอันตราย
แต่จริงๆแล้วนั้น บุคคลกลุ่มนี้สามารถดื่มชาได้อย่างคนทั่วไปจริงหรือไม่ เรามาหาคำตอบกันในบทความนี้เลยดีกว่า


ดื่มชา ช่วยอะไรได้บ้าง 

หัวข้อการดื่มชาสำหรับแม่และเด็กนี้ เกิดขึ้นเพราะว่า ในปัจจุบัน การดื่มชานั้นเป็นที่นิยมของผู้หญิงในหลายๆคนและในหลายๆประเทศ เนื่องจากชามีสารต่างๆ ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ช่วยต้านอนุมูลอิสระ มีส่วนช่วยป้องกันโรคต่างๆ เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด สารในชาบางอย่างสามารถฆ่าเชื้อจุลชีพบางชนิดที่ก่อโรคได้ โดยที่สารออกฤทธิ์สำคัญที่มักพบในชาต่างๆ ก็คือสารที่ให้รสฝาด หรือที่หลายๆคนรู้จักในชื่อ แทนนิน(Tannin) นั่นเอง
สารแทนนิน มีผลการวิจัยที่พบว่า สามารถช่วยยับยั้งการเกิดเชื้อก่อโรคต่างๆ ช่วยต้านอนุมูลอิสระ และช่วยป้องกันมะเร็งได้ ในทางยาและทางศาสตร์แพทย์แผนไทยนั้น มีฤทธิ์ฝาดสมาน ช่วยบรรเทาอาการท้องเสียได้ 


การดื่มชากับผู้หญิงตั้งครรภ์และแม่ที่ให้นมบุตร

สำหรับหญิงตั้งครรภ์ หากดื่มชาในปริมาณมาก อาจส่งผลให้หญิงตั้งครรภ์ได้รับทั้งคาเฟอีนและแทนนินในปริมาณสูง จะทำให้มีอาการท้องผูก อึดอัด แน่นท้อง และอาหารไม่ย่อย และสำหรับหญิงให้นมบุตร หากดื่มชาในปริมาณมากระดับนี้ สารคาเฟอีนและแทนนินจะสามารถผ่านน้ำนมไปสู่ลูกได้ นั่นเลยส่งผลให้เด็กที่ได้รับน้ำนม ไม่ว่าจะจากการเข้าเต้าโดยตรงหรือน้ำนมที่ปั๊มออกมามีอาการท้องผูก อึดอัด แน่นท้อง ท้องอืดได้เช่นเดียวกัน

ผลของชาที่มีต่อเด็ก

สารแทนนินนั้นมีผลในการยับยั้งการดูดซึมธาตุเหล็กจากอาหารที่รับประทาน หากแม่ที่อยู่ในช่วงให้นมบุตรดื่มชาในปริมาณมาก ก็อาจทำให้เด็กที่ดื่มนมแม่นั้น ขาดธาตุเหล็กมากขึ้น ซึ่งการขาดธาตุเหล็กในเด็กนั้น ถ้าในวัยแรกเกิด ทารก และเด็กเล็กช่วงอายุ 1 ปี จะส่งผลต่อพัฒนาการและความสามารถในการเรียนรู้อย่างมาก แม้การเพิ่มธาตุเหล็กให้เด็ก จะช่วยป้องกันไม่ให้เด็กเป็นโรคโลหิตจาง แต่ในเรื่องของพัฒนาการนั้น ยังไงก็ไม่สามารถได้จากธาตุเหล็กที่เสริมเข้ามาอยู่ดี ดังนั้น การที่แม่ดื่มชามากเกินไปในขณะที่ให้นมบุตร จะทำให้ส่งผลต่อเด็กแน่นอน

ในขณะเดียวกัน หากเด็กเล็กในช่วงอายุ 1-6 ปี ดื่มชาในปริมาณที่มากเกินไป ก็อาจส่งผลต่อพัฒนาการได้เช่นกัน เพราะในช่วงอายุนี้ เป็นช่วงที่เด็กส่วนใหญ่กำลังเรียนรู้และมีพัฒนาการ หากขาดธาตุเหล็ก การพัฒนาในช่วงอายุนี้ก็จะช้าลงไปด้วย

วิธีแก้สำหรับแม่ที่ให้นมบุตรที่ต้องการจะดื่มชานั้น คือเวลาชงชากับน้ำร้อน ไม่ควรแช่ใบชาค้างไว้ในแก้วนานเกินไป เพราะยิ่งแช่ชามากเท่าไร สารแทนนินจะยิ่งออกมามากขึ้นเท่านั้น ยิ่งหากเป็นช่วงท้ายของชา ยิ่งจะมีสารแทนนินที่เข้มข้นมาก จึงไม่ควรนำชาที่ชงไปแล้วมาชงซ้ำ 

บทสรุป

                     กล่าวแล้ว ชานั้นสามารถรับประทานได้ทุกเพศทุกวัยตามที่เข้าใจกันจริง  แต่ในกลุ่มยกเว้น  เช่น  หญิงตั้งครรภ์ แม่ที่ให้นมบุตร และเด็กเล็กนั้น ควรจำกัดปริมาณในการดื่มชาและระมัดระวังในการเลือกบริโภคชา เพราะอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงตามมาได้ แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ชาก็ยังคงเป็นเครื่องดื่มที่มีประโยชน์มากมาย เพียงแค่เลือกใช้ให้ถูกวัตถุประสงค์ และใช้ในปริมาณที่เหมาะสม ก็เพียงพอสำหรับการเลือกบริโภคชาแล้ว

Spin to win Spinner icon
English en